รีวิวหนัง "Waves" ณ วันที่คลื่นความบอบช้ำเข้าซัดชีวิต by Kanin The Movie

รีวิวหนัง "Waves" ณ วันที่คลื่นความบอบช้ำเข้าซัดชีวิต by Kanin The Movie
Jeaneration
22 พฤษภาคม 2563 ( 19:32 )
544

รีวิวหนัง Waves

เป็นหนังที่อยากดูมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพราะชอบเทรลเลอร์มันมาก (แม้จะยังไม่เคยดูงานของ เทรย์ เอ็ดเวิร์ด ชูลท์ส มาสักเรื่องเลยก็ตาม) พอเห็นว่ามีใน TrueID ก็รีบจัดโดยเร็วที่สุด ซึ่งไม่ผิดหวังเลย ชอบมาก แม้จะค่อนข้างเซอร์ไพรซ์กับทิศทางที่หนังเล่า แต่ก็ถือว่าเป็นความประหลาดใจที่ดี

"Waves" เล่าเรื่องของครอบครัวคนดำในฟลอริดา และมรสุมชีวิตที่เริ่มถาโถม ไทเลอร์ ลูกชายคนโตที่พบว่าร่างกายของเขาไม่สามารถทนรับกับกีฬามวยปล้ำที่ตัวเองลงแข่งได้อีกต่อไป นำไปสู่ปัญหากับพ่อที่คอยฝึกฝนเคี่ยวเข็ญ และความสัมพันธ์กับแฟนสาวที่เดินทางมาถึงจุดแตกหัก

สิ่งที่ชอบอย่างแรกใน Waves คือการเล่นกับอัตราส่วนของภาพ (Aspect Ratio) คือพอจะรู้ว่างานก่อนๆ ของผู้กำกับก็มีการเล่นกับตรงนี้เช่นกัน และเทคนิคการสลับอัตราส่วนก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ในภาพยนตร์ แต่นั่นไม่ใช่สำคัญ เพราะสิ่งสำคัญคือมันทำงานกับเรื่องเล่ามากๆ การแบ่งสัดส่วนของเรื่องไปตามขนาดของภาพที่ปรากฏไม่เพียงแต่เป็นการกำหนดจุดพลิกผัน หรือพัฒนาการสำคัญของเรื่องที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่ยังมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนดูระหว่างชมอีกด้วย

ในช่วงแรกหนังเล่าด้วยภาพในอัตราส่วนที่กว้างเพื่อสร้างความสอดคล้องกับชีวิตที่แฮปปี้ของไทเลอร์ ก่อนจะค่อยๆ เปลี่ยนไปเป็นภาพที่แคบลงเมื่อตัวละครเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ตึงเครียดมากขึ้น ซึ่งมันได้ผลมาก พอไปสอดคล้องกับวิธีถ่ายทำที่ไปด้วยกันกับ Ratio ยิ่งกลมกล่อมเข้าไปใหญ่ ลำพังแค่เทคนิคส่วนนี้ก็เพียงพอที่จะอยากให้ทุกคนได้ดูแล้ว มันไม่ได้หวือหวา หรือพยายามจะโดดเด่นมากนัก แต่เป็นการนำเสนอที่ชัดเจน และส่งผลกับภาพรวมของเรื่องโดยสมบูรณ์

ทั้งนี้ ส่วนที่เรากลับรู้สึกว่าแข็งแรงที่สุดในหนังกลับเป็นเรื่องของ บทภาพยนตร์ และการแสดงเสียมากกว่า (เฉกเช่นหลาย ๆ เรื่อง) คือถึงแม้ว่า Form ของ Waves จะโดดเด่น และได้ใจเราไปมากๆ ตั้งแต่วินาทีแรกๆ ของหนัง แต่สิ่งที่ทำให้เรารักเรื่องนี้คือเรื่องเล่าของมันที่พูดถึงมนุษย์ กับช่วงเวลาที่แสนยากลำบาก มีเรื่องหนักหนาสาหัสผ่านเข้ามาในชีวิต ที่แต่ละคนต่างมีวิธีจัดการของตัวเองแตกต่างกันไป คือคอนฟลิกต์ในเรื่องมันไม่ได้แปลกอะไร ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ของลูกที่ถูกผู้ปกครองกดดัน และคาดหวัง, ปัญหาการท้องในวัยเรียน, ปัญหาชีวิตคู่, การสูญเสียคนสำคัญในชีวิต

แต่สิ่งที่ดีมากๆ ในหนังเรื่องนี้คือการมอบความเป็นมนุษย์ให้ทุกคน หนังไม่ตัดสินว่าสิ่งใดผิดสิ่งใดถูก หรือแม้เราจะรู้ว่าสิ่งนั้นมันผิด มันไม่ถูก มันก็ถูกเยียวยาออกมาแบบมนุษย์มากๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในหนังเลยเป็นความเจ็บปวดที่งดงาม เป็นเรื่องใจสลายที่ท้ายสุดทุกคนก็คือมนุษย์คนหนึ่งบางครั้งสิ่งที่เราทำอาจเปลี่ยนชีวิตข้างหน้าเราไปตลอดกาล และบางครั้งก็อาจไม่เปลี่ยนอะไร บาดแผลบางที่อาจเยียวยาจนหายดี แต่ก็มีบางที่ที่ไม่มีทางรักษา

นี่คือมันเป็นหนังดราม่าที่ระหว่างดูเหมือนจะมีโครงสร้างที่เป็นสูตรสำเร็จ แต่สุดท้ายกลับให้ความหมายที่แตกต่างออกไป เพราะเราไม่ได้รู้สึกว่าตอนจบมนุษย์เหล่านี้จำเป็นต้องมีปลายทางแบบไหน เพราะไม่ว่าเขาจะมีเส้นทางแบบไหน จะดี จะร้าย พวกเขาก็คือมนุษย์ที่เราเข้าใจมากๆ คนหนึ่งอยู่ดี

อีกอย่างที่ชอบมากก็คือการที่เหตุการณ์หนึ่งส่งผลไปยังอีกเหตุการณ์ ใน Waves จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้น ณ​ กึ่งกลางเรื่องที่ตัวละครมีจุดพลิกผันเปลี่ยนไป และส่งผลไปยังคนที่บ้านที่มีผลกระทบในมุมของตัวเอง เราชอบที่บทภาพยนตร์แบ่งสัดส่วนมาชัด แม้จะดูเป็นการเล่าเรื่องที่เสี่ยง แต่ก็เป็นความท้าทายที่ออกมาดีมากๆ สามารถทำให้เรารู้สึกว่าเรื่องมันกลมได้

แม้จะเป็นเทคนิคการเล่าเรื่องแบบเปลี่ยน Perspective ก็ตาม ซึ่งเพราะการเล่าเรื่องแบบนี้นี่เอง ที่ทำให้เรารู้สึกว่าหนังมันไม่ปัจเจกเลย มันกำลังพูดถึงมนุษย์จำนวนหนึ่งที่อาศัยรวมกันเป็นครอบครัว หรือมนุษย์คนหนึ่งที่เริ่มต้นความสัมพันธ์กับใครอีกคน ได้เห็นชีวิตของอีกฝ่าย โดยในเวลาเดียวกัน ชีวิตของเขาก็สะท้อนกลับมายังชีวิตของตัวเองด้วย ทั้งความเจ็บปวด การสูญเสีย หรือกระทั่งความอบอุ่นที่ครั้งหนึ่งเราเคยได้รับจากใครสักคน

นอกจากนี้เราชอบโลเคชั่นของฟลอริดา จังหวะหนึ่งของหนังนี่อีกนิดจะโฆษณาการท่องเที่ยวแล้วนะ รู้สึกว่านอกจากเขาจะเฟรมมิ่งภาพออกมาสวย และมีรสนิยมที่น่าสนใจมาก ๆ เขายังสามารถถ่ายทอดช่วงเวลาที่แสนธรรมดาให้ออกมาโลดแล่นมีชีวิตที่ดูยิ่งใหญ่ขึ้นมากๆ ได้ หนึ่งในนั้นคือซีนในรถที่จะมีการร้องเพลงอยู่เกือบทั้งเรื่อง ซึ่งเราชอบมาก

Waves เป็นหนึ่งในภาพยนตร์ดราม่าที่เราชอบมากๆ และมีสิทธิ์ที่จะเป็นที่สุดประจำปีนี้ (แม้หนังจะเข้าปีที่แล้วก็ตาม) ส่วนตัวเป็นคนชอบ Content มากกว่า Form และไม่ค่อยชอบหนังที่พยายามขับเน้น Form จนดูรกรุงรังกับ Content แต่เรื่องนี้มันไปด้วยกันได้ ทั้งการกำกับภาพ และการตัดต่อเวิร์คกับเรื่องมากๆ

แต่ที่สำคัญคือการแสดงของทีมแคสต์ที่อยู่ในระดับสุดยอด โดยเฉพาะ สเตอร์ลิง เค บราวน์ ในบทพ่อที่มีหลากหลายมิติน่าสนใจมาก - ใครที่ชื่นชอบหนังดราม่าครอบครัว เสพงานภาพ และการเล่าเรื่องที่แสนแพรวพราว หนังเรื่องนี้คือคำตอบที่ดีมาก ที่สำคัญมันไม่ถึงกับเป็นหนังคนดำ เพียงแต่เป็นหนังชีวิตที่มีตัวละครเป็นคนผิวสีก็เท่านั้น เพราะสุดท้ายใจความสำคัญของเรื่องคือการพูดถึงมนุษย์ในหลากหลายมุมมอง กระทั่ง ด้านที่ชั่วร้ายที่สุดเขาก็ยังเป็นมนุษย์ หาใช่ปีศาจอย่างที่ใครหลายคนเข้าใจ

ใครสนใจสามารถรับชม Waves ได้ที่ TrueID เลยครับ มีทั้งพากย์ไทยและเสียงดั้งเดิม-บรรยายไทยครับ

----------------------------------------------------

ดูหนัง ดูซีรีส์ออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID

เพิ่มเติม

ยอดนิยมในตอนนี้