First Impression: ความรู้สึกแรกที่มีต่อซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ "It's Okay to Not Be Okay"

First Impression: ความรู้สึกแรกที่มีต่อซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ "It's Okay to Not Be Okay"
Jeaneration
23 มิถุนายน 2563 ( 21:49 )
484

ข่าวสารวงการซีรีส์ It’s Okay to Not Be Okay

"It's Okay to Not Be Okay" หรือ Psycho But It's Okay เป็นซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่ที่เพิ่งเริ่มออกอากาศไปเมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ซีรีส์แนวดราม่าโรแมนติกที่แฝงด้วยเอาไว้ความลึกลับแฟนตาซี ทางช่อง tvN ถือว่าเป็นการคัมแบ็กสู่งานแสดงซีรีส์เป็นครั้งแรกอย่างเต็มตัวในรอบ 5 ปี ของพระเอกหนุ่ม "คิมซูฮยอน" มาพร้อมกับเนื้อหาดราม่าที่ปูเรื่องราวความเทาของมนุษย์เอาไว้ได้อย่างมีชั้นเชิงและน่าค้นหาเป็นอย่างยิ่ง หลังจากออนแอร์ไปแล้วใน 2 ตอนแรก ก็ได้เวลาที่จะกล่าวถึงความรู้สึกและความประทับใจที่ได้พบเจออยู่ในซีรีส์เรื่องนี้...

ภาพรวมของซีรีส์
มีไม่บ่อยนักที่จะมีการนำเอาเรื่องเกี่ยวกับจิตเภทมาตีแผ่เป็นซีรีส์ดราม่าที่เต็มไปด้วยเฉดสีเทาๆ ของมนุษย์อยู่เต็มไปหมด ซีรีส์เรื่องนี้มีเส้นเรื่องอยู่แค่สั้นๆ แต่ขยายความด้วยจิตใต้สำนึกและอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครต่างๆ ที่ล้วนแต่มีปมอยู่ภายในใจกันแทบจะทุกตัว ซีรีส์ที่น่าจะเต็มไปด้วยความเครียดและหนักอึ้งของเนื้อหา แต่กลายเป็นว่าใช้การดำเนินเรื่องที่ทำให้ดูซอฟต์ลงไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการใช้เลิฟไลน์หรือเส้นความสัมพันธ์ระหว่างคู่พระนางเข้ามาช่วยเสริมเอาไว้ กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของซีรีส์ที่ขับเสน่ห์ออกมาได้ตลอดทั้ง 2 ตอนที่ออกอากาศมา บทซีรีส์ที่ค่อนข้างสร้างคาแรกเตอร์ของ 2 ตัวละครหลักที่แข็งแกร่ง ชวนให้น่าติดตามต่อไปเป็นอย่างดี

แคสติ้งนักแสดง
บทนำทั้ง 2 ตัวของเรื่องคือความโดดเด่นที่แท้จริง "คิมซูฮยอน" ยังคงทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมในการรับบทแนวดราม่า ที่ดูเหมือนจะเป็นแนวถนัดของเขาเอาไปแล้ว ด้วยอินเนอร์และคาแรกเตอร์ที่ดูเหมือนว่าบทนี้เกิดมาเพื่อเขาโดยเฉพาะ ในขณะเดียวกัน แสงไฟก็สาดส่องไปที่ "ซอเยจี" ที่ต้องยอมรับว่ายังไม่เคยดูผลงานเรื่องเก่าๆ ของเธออย่างจริงจัง พอมาดูแอคติ้งเย็นยะเยือกของเธอในเรื่องนี้ก็คืออีกหนึ่งบทบาทที่ดีที่นักแสดงสาวผู้นี้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเข้ากับคาแรกเตอร์จริงๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอทำให้บทนี้ดูลึกลับและน่ากลัว โดยเฉพาะแค่สีหน้าและแววตาก็ทำให้หวาดหวั่นได้แล้ว และยิ่งได้เปล่งเสียงพูดออกมาในน้ำเสียงทุ้มๆ ของผู้หญิง ขับเสน่ห์ให้บทนี้ขึ้นมาได้อีกเป็นกอง

และอีกตัวละครหนึ่งที่ไม่พูดถึงเลยไม่ได้ก็คงจะเป็น "โอจองเซ" นักแสดงหนุ่มที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการมาเกือบจะ 20 ปี บทนี้ที่เขาได้รับน่าจะเป็นบทบาทที่ดีที่สุดในอาชีพของเขาแล้ว ภาพลักษณ์ของเขามักจะได้รับบทเป็นในหนังและซีรีส์คอมมาดีเป็นเสียส่วนใหญ่ ครั้งนี้จึงได้พลิกบทบาทครั้งสำคัญมาเล่นแนวดราม่า ซ้ำยังต้องสวมบทเป็นผู้มีภาวะออทิสติกอีกด้วย ถึงแม้ว่าบทส่งมาให้ขนาดนี้ แต่เขาก็ยังทำออกมาได้ค่อนข้างน่าประทับใจและสมจริงในทุกฉากที่ปรากฏตัวออกมา ทำให้คนดูเชื่อไปในบทที่เขาได้รับไปแล้ว

เนื้อหาและบทละคร
ตามที่กล่าวเอาไว้ในข้างต้นว่า เส้นเรื่องของซีรีส์เรื่องนี้มีเพียงสั้นๆ แต่นำมาจับขยายความผ่านความสัมพันธ์ของตัวละครหลักๆ ที่มีอะไรให้เล่าอีกเพียบเลย โดยเฉพาะปมภายในใจต่างๆ ที่พวกเขายังคงปกปิดเอาไว้อยู่ เนื้อหาอาจจะดูหนักๆ แต่ดีที่บทซีรีส์และการเลือกนำเสนอออกมาไม่หนักอย่างที่คิด อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นและทำให์ซีรีส์น่าประทับใจก็คือ การหยิบเอาประเด็นของตัวละครมาโยงเข้ากับนิทานสอนใจที่ไม่ใช่แค่เพียงเรื่องเล่าที่เหมาะกับเด็กๆ แตเป็นเนื้อหาที่เหมาะกับคนทุกวัย เพียงแค่ 2 ตอนแรกก็อิงนิทานมาเล่าถึง 2 เรื่องได้อย่างน่าสนใจ ซ้ำยังเข้ากับเนื้อหาของซีรีส์ได้อย่างลงตัวอีกด้วย

องค์ประกอบของซีรีส์
เห็นได้ชัดว่าซีรีส์เรื่องนี้มีความใส่ใจในองค์ประกอบต่างๆ อย่างละเมียดละไม ด้วยเพราะเป็นซีรีส์ที่มีการถ่ายทำเก็บสต็อกเอาไว้อยู่บ้างแล้ว ทำให้สามารถใส่รายละเอียดและซีจีเทคนิคพิเศษเป็นลูกเล่นเพิ่มเติมที่ทำให้คนดูรู้สึกตื่นตาตื่นใจ เพียงแค่องค์ประกอบเล็กๆ แต่สำคัญอย่างการตัดต่อหากันระหว่างต่อฉากต่อ เห็นได้ถึงความใส่ใจในการเฟดภาพเรื่องหาด้วยการตัดต่อให้มีความกลมกลืนต่อเนื่องระหว่างฉาก รวมทั้งยังมีการสอดแทรกหนังแอนิเมชั่นสั้นๆ เข้ามาเล่าเรื่องประกอบ สารภาพเลยว่าแค่ฉากเปิดเรื่องขึ้นมาก็หมัดใจเอาไว้ได้อยู่หมัดแล้ว การที่ต้องเล่าเรื่องยากๆ หนักๆ ด้วยภาพแอนิเมชั่นก็สามารถทำให้โทนต่างๆ ก็ดูชอฟต์ลงได้อย่างชัดเจน

"พัคชินอู" ผู้กำกับจากซีรีส์ดังๆ อย่าง Encounter หรือ Jealousy Incarnate เป็นผู้ที่กุมบังเหียนดูแลซีรีส์เรื่องนี้ โดยได้ "โจยอง" จากซีรีส์รักตลกที่ปรับแนวมาสู่วังวนของจิตเภทและค่อยๆ ดำดิ่งสู่จิตใต้สำนึกของมนุษย์ สำหรับภาพรวมของ 2 ตอนแรกที่ออกมานั้น ถือว่าทำให้คนดูติดหนึบอยู่กับเรื่องราวโรแมนซ์แสนสับสนของคู่พระนาง เป็นซีรีส์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งเนื้อหาและตัวนักแสดง แน่นอนว่าได้บันทึกซีรีส์เรื่องนี้เอาไว้ในลิสต์ที่ต้องติดตามต่อทุกสัปดาห์เรียบร้อยแล้ว

ติดตาม It's Okay to Be Not Okay ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ทางช่อง tvN เวลา ตามเวลาท้องถิ่นของเกาหลีใต้ หรือคนไทยสามารถดูซีรีส์เรื่องนี้ได้ที่เน็ตฟลิกซ์ รับชมได้ผ่านกล่อง TrueID TV สัญญาณภาพคมชัดแจ๋วนะ

Photo by tvNDrama

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รู้จัก 6 ตัวละครหลัก "It's Okay to Not Be Okay" ซีรีส์เกาหลีที่จะเยียวยาใจคนดู

4 เหตุผลที่ "It’s Okay to Not Be Okay" ควรค่าเป็นซีรีส์เรื่องใหม่ที่ต้องเฝ้ารอชม

----------------------------------------------------

ดูหนัง ดูซีรีส์ออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID

เพิ่มเติม

ยอดนิยมในตอนนี้