รีวิวหนัง "Greyhound" อัดแน่นด้วยปฏิบัติการเชิงรบ ยุทธการกลางสมุทรแทบหยุดหายใจ

รีวิวหนัง "Greyhound" อัดแน่นด้วยปฏิบัติการเชิงรบ ยุทธการกลางสมุทรแทบหยุดหายใจ
Jeaneration
11 กรกฎาคม 2563 ( 17:11 )
2.2K
1

วิจารณ์ รีวิวหนัง Greyhound

"จงเฉลียวฉลาดเหมือนงู และไร้พิษภัยเหมือนนกพิราบ" เป็นหนึ่งในหลายๆ คำคมที่ออกมาจากปาก กัปตันเออร์เนสต์ คราว์ซ ระหว่างกำลังทำยุทธการสู้รบอยู่กลางมหาสมุทรแอตแลนติก ในหนังแอคชั่นสงคราม "Greyhound" ที่น่าจะกลายเป็นหนังสงครามอีกเรื่องที่จะเป็นที่โดนใจคอหนังแนวนี้ได้ไม่ยาก เพราะมาพร้อมกับฉากเชิงปฏิบัติการรบอย่างสมจริง อัดแน่นมาเต็มๆ แบบไม่ผ่อนอารมณ์ และกระชับฉับไวกับการสู้รบแบบไม่หวั่นในครั้งนี้

Greyhound ดัดแปลงมาจากนวนิยายชื่อดัง "The Good Shepherd" ในปี 1955 ของนักเขียน "ซี.เอส. ฟอร์สเตอร์" ที่ได้รับการยอมรับและจัดเป็นนิยายสงครามที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งในประวัติศาสตร์ เล่าเรื่องราวในช่วงบรรยากาศการเริ่มต้นของสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพสหรัฐฯ ได้ร่วมรบในสงครามครั้งนี้ หนังโฟกัสที่การเดินทางของฝูงกองทัพเรือ ที่นำโดยเรือเกรย์ฮาวด์ พาข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ เพื่อไปยังเกาะอังกฤษ

แต่พวกเขาจะต้องเดินทางผ่านในจุดที่เรียกว่า "หลุมดำ" จุดอันตรายของน่านน้ำในช่วงสงคราม เนื่องจากเป็นเขตปลอดการป้องกันทางอากาศ และง่ายต่อการที่จะถูกข้าศึกโจมตี ทำให้ฝ่ายกองทัพนาซีได้ส่งฝูงเรือดำน้ำ ที่นำโดยเกรย์วูล์ฟ ออกมาจู่โจมและไล่ล่าพวกเขาอย่างไม่ลดละความพยายาม จึงอุบัติเหตุยุทธการกลางสมุทรที่ต้องชิงไหวชิงพริบกันระหว่างสองฝ่ายคู่ขัดแย้งในสงคราม

ต้องบอกเลยว่า...หนังทำออกมาได้ดีกว่าที่คิดเอาไว้มาก ถึงแม้ว่าจะไม่มีการเกริ่นนำเรื่องราวหรือที่มาที่ไปใดๆ ให้คนดูซึบซับก่อน หนังเริ่มต้นมาแค่ 5 นาทีก็ออกเดินเรือ หลังจากนั้นก็เต็มไปด้วยฉากปฏิบัติการเชิง ยิงคำศัพท์ทางการทหารใส่คนดูระรัว พร้อมกับสถานการณ์ที่ค่อนบีบคั้น แล้วค่อยๆ บิ้วท์ให้คนดูแอบลุ้นและตึงเครียดตามเหตุการณ์ที่ดูอยู่ตรงหน้าไปด้วยอย่างคล้อยตาม

"ทอม แฮงก์ส" ก็ยังคงยอดเยี่ยมในแบบนักแสดงอย่างเขา แม้ว่าในเรื่องนี้เขาจะไม่ได้โชว์ศักยภาพทางการแสดงที่พิเศษใดๆ ออกมา แต่การสื่อสารและสื่ออารมณ์ของเขาก็ยังยอดเยี่ยมตามท้องเรื่องได้อย่างไม่ติดขัด การสวมบทบาทเป็นกัปตันเรือ และผู้นำฝูงเรือทั้งหมด กลายเป็นภาระอันหนักอึ้งของกัปตันที่เพิ่งจะลงมาประจำการบนเรือเพียงแค่ครั้งแรก และทริปแรกที่เจอของแข็งเอาเสียมากๆ

นอกจากนี้ ทอม แฮงก์ส ยังเป็นผู้ที่ทำหน้าที่ดัดแปลงและเขียนบทหนังเรื่องนี้ขึ้นมาเองด้วย ทำให้เราได้เห็นการใส่มุมข้อคิดและสัญลักษณ์บางอย่างอยู่ในตัวหนังบ้างเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นการตีความที่ใช้ศาสนาเข้ามาเป็นที่ยึดเหนี่ยว หรือการถ่ายทอดผ่านมุมมองของกัปตัน ที่เพิ่งจะมาร่วมงานกับลูกเรือทั้งลำ โดยที่เขายังไม่รู้จักใครดีเลยสักคนเดียว และทุกสายตาบนเรือก็มองที่เขาอย่างไม่คุ้นเคย เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ใส่เข้ามาอย่างใส่ใจ ท่ามกลางฉากระเบิดตูมตามที่เกิดขึ้น

ก็อย่างที่เกริ่นเอาไว้ Greyhound เป็นหนังที่คอหนังสงครามจะต้องถูกใจ เพราะในระยะเวลาไม่ถึง 90 นาที หนังเสิร์ฟฉากสงคราม สาดกระสุน หลบตอปิโดกันเกือบทุกนาที แทบจะไม่มีช่องเว้นว่างให้คนดูได้หายใจกันเลยทีเดียว พอจะตัดเข้าฉายดราม่าได้ซึ้งสักเล็กน้อย น้ำตายังไม่ทันได้เออออกมา ก็ต้องกลับเข้าสู่โหมดตึงเครียดกับการสู้รบอีกครั้ง แต่โดยรวมถือว่าหนังทำฉากสงครามออกมาค่อนข้างน่าพอใจ แม้ว่าจะหลายๆ ฉากที่ดูเป็นซีจีไปสักหน่อย

น่าเสียดายที่ Greyhound ไม่ได้มีโอกาสได้เข้าฉายในโรงหนัง ทั้งที่เดิมทีหนังวางคิวเอาไว้แล้ว แต่ตัดสินใจถอนโปรแกรมและฉายผ่านระบบออนไลน์แทน เพราะด้วยระบบภาพและเสียงที่อยู่ในหนังนั้น เห็นชัดเจนว่าน่าจะฟินกว่านี้ ถ้านั่งดูอยู่ในโรงหนังใหญ่ๆ ระบบเสียงดีๆ คมชัด ให้เบสจากแรงระเบิดกระเด็นใส่หูคนดู ก็น่าจะช่วยเพิ่มเสริมอารมณ์ให้ได้มากกว่านี้

โดยภาพรวมก็ถือว่าผลงานของผู้กำกับ "แอรอน ชไนเดอร์" เรื่องนี้ถือว่าสอบผ่านอยู่ เป็นการถ่ายทอดหนังสงครามที่ไม่จำเป็นต้องยืดเยื้อใดๆ เข้าเรื่องและอัดแน่นด้วยฉากอันน่าตื่นตาของการสงคราม แม้ตัวหนังจะสั้นไปนิด ผิดกับวิสัยของหนังเอพิกสงครามก็ตาม แต่ถือว่าถึงองค์ประกอบที่ออกมาก็กำลังกลมกล่อมพอดี นี่จึงเป็นหนังสงครามอีกเรื่องนี้น่าจะประทับใจอยู่ไม่น้อยทีเดียว

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Greyhound
ประเภท : ดราม่า / แอคชั่น / สงคราม
ผู้กำกับ : แอรอน ชไนเดอร์
นำแสดงโดย : ทอม แฮงก์ส
ความยาว : 91 นาที
เข้าฉาย : 10 กรกฎาคม 2020 (ทาง Apple TV)

----------------------------------------------------

ดูหนัง ดูซีรีส์ออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID

เพิ่มเติม

ยอดนิยมในตอนนี้