ชำแหละซีรีส์ "Cursed" เปิดตำนานกำเนิดเทพธิดาแห่งทะเลสาบ ร่ายมนตร์สุดเอพิค

ชำแหละซีรีส์ "Cursed" เปิดตำนานกำเนิดเทพธิดาแห่งทะเลสาบ ร่ายมนตร์สุดเอพิค
Jeaneration
21 กรกฎาคม 2563 ( 11:45 )
405
1

รีวิวซีรีส์ Cursed

เชื่อว่าเราน่าจะเคยได้ยินตำนานของกษัตริย์อาเธอร์และอัศวินโต๊ะกลมมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นนิทานแและเรื่องราวปรัมปราที่สืบทอดกันมาตั้งแต่เนิ่นนานจากโลกตะวันตก แน่นอนว่าตำนานนี้เรายังเคยเห็นถูกสร้างออกมาเป็นหนังอยู่บ่อยครั้ง ไม่ต่างกับละครรีเมคบ้างเรา...ที่ซ้ำแล้วซ้ำอีก พยายามปรับเรื่องราวไปในทิศทางใหม่ๆ แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่เปลี่ยนนักแสดงเท่านั้น แต่จะเป็นอย่างไรก็ถ้าเรามองข้ามเรื่องปรัมปรานี้และเจาะไปถึงทฤษฎีต่างๆ ก่อนจะกำเนิดกษัตริย์อาเธอร์ และนั่นจึงเป็นหน้าที่ของซีรีส์เรื่องใหม่ "Cursed" ที่แบกรับปฐมบทเอพิคเรื่องใหม่ที่ยังไม่มีใครทำมาก่อน

ซีรีส์เรื่องนี้ได้ทำการเล่าเรื่องในเชิง Rewind ที่ Boyond ต่างไปจากตำนานเดิมๆ ของกษัตริย์อาเธอร์ ได้พาย้อนกลับไปในยุคของกษัตริย์อูเธอร์ ผู้นำที่ทำให้โลกกำลังจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยความที่ไม่กล้าตัดสินใจและไม่มีทิศทางการบริหารแผ่นที่ดีพอ ทำให้คริสตจักรก่อตัวเป็นใหญ่กลายเป็น "อัศวินแดง" ออกตระเวนล้างเบากลุ่มผู้วิเศษที่ไม่มีเลือดเนื้อเชื้อไขของมนุษย์ ทำให้ผู้วิเศษต้องล้มตายกันเป็นเบือ และกระจัดการจายไปหาที่หลบซ่อนลับๆ เพื่อให้รอดพ้นสายตาของเหล่านักบวชผู้เหี้ยมโหด

นีมุย เป็นภูตสาวที่อยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง เธอมีอดีตและแฝงพลังวิเศษบางอย่างที่ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่าคืออะไร แต่เมื่อหมู่บ้านถูกจู่โจมและทำลายลง แม่ของเธอได้สั่งเสียก่อนตายให้นำดาบอาคมของกษัตริย์องค์แรกไปให้กับเมอร์ลินจอมเวทย์อันเลื่องชื่อ เธอจึงได้รับผิดชอบถือครองดาบ เพื่อนำไปส่งให้กับเมอร์ลินถึงมือ แม้ว่าจะต้องพบเจอกับอุปสรรคต่างๆ ระหว่างทางมากมาย และยังถูกรุกรานตามล่าโดยอัศวินแดงที่ต้องการจะสังหาร เพราะเชื่อว่าเธอคือแม่มดเลือดหมาป่าผู้ชั่วร้ายที่ต้องกำจัดโดยเร็ว

คงต้องบอกว่านี่เป็นซีรีส์เอพิคแฟนตาซีที่แฟนๆ แนวนี้จะต้องประทับใจ กับตัวละครในเทพนิยายต่างๆ ที่มาปรากฏกายหลายเผ่าพันธุ์ในโลกใบเดียวกัน พร้อมกับตำนานเรื่องราวของกลุ่มผู้วิเศษที่ถูกปรุงแต่งขึ้นอย่างน่าสนใจ และนี่คือ 3 ข้อที่สามารถสรุปใจความอันโดดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้ และทำให้เป็นซีรีส์ฟอร์มดีอีกเรื่องที่สมควรเปิดดู

"เรากำเนิดยามฟ้าสาง... เพื่อจากไปยามสนธยา"

• โครงเรื่องค่อนข้างสดใหม่ ดราม่าบนพื้นฐานแฟนตาซี
ต้องยอมรับว่าการเลือกเล่าตำนานเรื่องราวก่อนที่จะเป็นการมาของกษัตริย์อาเธอร์ที่ใครๆ ก็คุ้นเคยนั้นเป็นการเลือกที่ชาญฉลาด เบนเข็มมาขยายเรื่องราวตำนานของ "เทพธิดาแห่งทะเลสาบ" หรือ Lady of the Lake เทพสาวที่เป็นผู้พิทักาและปกป้องดาบศักดิ์สิทธิ์ใต้นนองน้ำ การเป็นเส้นเรื่องที่ค่อนข้างสดใหม่และมีเส้นเรื่องอีกมากมายให้ดำเนินไปได้ด้วยหลากหลายทิศทาง นับเป็นโจทย์ที่สร้างแปลกใหม่ให้กับคนดูได้เป็นอย่างดี

ซีรีส์มาพร้อมกับเรื่องราวดราม่าการเดินทางที่อยู่บนพื้นฐานความเป็นแฟนตาซี ทั้งตัวละครและคาแรกเตอร์กลุ่มผู้วิเศษต่างๆ มีส่วนทำให้คนดูน่าจะรู้สึกเอ็นจอยไปท้องเรื่องได้เป็นอย่างดี ดูๆ ไปแล้วซีรีส์ก็มีกลิ่นอายของซีรีส์แฟนตาซีหลายเรื่องมาผสมกัน เหมือนกับ Once Upon a Time ผนวกรวมกับ Game of Thrones ที่ได้ความแฟนตาซีมาจากซีรีส์เรื่องแรก และได้ความเอพิคแบบสไตล์เรื่องหลังมา ถึงแม้ว่าซีรีส์จะให้อรรสรถและพลังได้ไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับ GOT ก็ตาม แต่โดยรวมถือว่าเป็นซีรีส์ที่มีเนื้อแฟนตาซีที่สนุกอยู่ในระดับหนึ่ง

• ตัวละครเยอะแยะไปหมด แทบจะห้ามกะพริบตาดู
ซีรีส์เรื่องนี้เต็มไปด้วยตัวละครเยอะแยะเต็มไปหมด แม้จะมีคาแรกเตอร์หลักๆ อยู่ 4-5 ตัว แต่คนดูต้องเตรียมตัวเตรียมใจติดตามซีรีส์เรื่องนี้เอาไว้แบบห้ามกะพริบตา เพราะจะมีตัวละครใหม่ๆ ปรากฏตัวขึ้นมาแทบจะตอน บางตัวตัวละครปูมาเหมือนจะเป็นคนสำคัญ แต่ก็จากหายไปอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าถ้าเผลอไม่โฟกัสดูเพียงแต่ไม่กี่ฉาก ก็อาจจะงงได้ว่า...ตัวละครนี้คือใคร มาจากใคร ต้องบอกว่าซีรีส์เรื่องนี้มีตัวละครรับเชิญเยอะมากๆ เลยหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งรับเชิญมาแบบสำคัญและเป็นส่วนประกอบของเรื่อง

และแน่นอนว่าในเมื่อตัวละครมาเยอะขนาดนี้ เส้นเรื่องต่างๆ ของซีรีส์ก็ต้องเยอะตามกันไปด้วย อาจจะบอกได้ว่าช่วงครึ่งแรกของซีรีส์เป็นการปูเรื่องและปมต่างๆ ด้วยเพราะมีรายละเอียดเนื้อเรื่องมากมาย เล่าเท่าไหร่ก็ยังไม่หมดสักที ทำให้รู้สึกว่าช่วงแรกๆ มีความอืดอาดในเนื้อเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่ยังดีที่เรื่องก็ยังคงเดินไปข้างหน้าตลอดเวลา มีหยุดค้างบางจุดบ้าง แต่ในแต่ละก็ยังเดินไปข้างหน้าในทิศทางที่ตัวละครจะพาไป

• องค์ประกอบศิลป์ละเอียดดี แต่ยังไม่ถึงกับน่าตื่นตา
หนึ่งในจุดเด่นของซีรีส์เรื่องนี้ก็คงจะเป็นอื่นไปไม่ได้ นอกจากองค์ประกอบศิลป์ต่างๆ ที่ค่อนข้างลงรายละเอียดอย่างน่าพอใจ แม้บางจุดจะดูปลอมๆ เป็นฉากไปบ้าง และยังไม่ถึงกับทำให้รู้สึกตื่นตาตื่นใจในฉากต่างๆ สักเท่าไหร่ แต่ด้วยความเข้มข้นของเนื้อเรื่องและทิศทางของเรื่องก็มีช่วยส่วนทำให้ได้พบเห็นฉากต่างๆ ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการสู้รบปรบมือ ที่แม้จะใส่เข้ามายังไม่สะใจเท่าไหร่ ภาพวาดที่สอดแทรกเข้ามาระหว่างเปลี่ยนฉากต่างๆ ในเรื่องก็ถือว่าเป็นสัญลักษณ์บอกเล่าเรื่องราวได้เป็นอย่างดี และเป็นการออกแบบภาพวาดที่สื่อถึงอารมณ์ของเรื่องราวได้เป็นอย่างดี

โดยสรุปแล้ว Cursed เป็นซีรีส์เอพิคแฟนตาซีที่ทำออกมาได้อย่างน่าพอใจ เนื้อเรื่องมีความแปลกใหม่ และนำให้ชวนน่าติดตามเป็นอย่างดี แม้ว่าองค์ประกอบและตัวละครจะเยอะมากๆ แต่ก็ยังชวนคนดูให้ติดตามต่อได้ ขณะที่การแสดงของ "แคทเธอรีน แลงฟอร์ด" ที่รับบท นีมุย ตัวละครหลักของเรื่อง ยังไม่มีอะไรที่โดดเด่นออกมาเท่าไหร่ เธอก็สามารถสวมบทบาทเป็นตัวละครได้ดี แต่ยังไม่ค่อยโดดเด่นอะไรมากนัก

ส่วนหนึ่งก็น่าจะเป็นตัวละครสมทบที่เยอะไปของซีรีส์เรื่องนี้ด้วย ทำให้นางเอกของเราพลอยโดนกลบไป "กุสตาฟ สกาส์กอร์ด" ที่รับบทเป็น เมอร์ลิน ก็ถือว่าเป็นอีกคนที่มาขโมยซีน หรือจะเป็น "แดเนียล ชาร์แมน" (รับบท ลานเซลอต), "ลิลลี นิวมาร์ก" (รับบท พิม) หรือ "เอมิลี โคตส์" (รับบท แม่ชีไอริส) ต่างก็เป็นตัวละครแย่งซีนในเรื่องนี้ที่โดดเด่นไปแพ้ตัวละครหลักๆ

Cursed กลายเป็นซีรีส์ที่ทำให้เรารู้สึกสนุกกับตำนานในเทพนิยายที่เคยได้ยินมา แต่ถูกขยายความออกมาให้น่าตื่นเต้น แม้ว่าจะยังมีส่วนขาดๆ เกินๆ และยืดเยื้ออยู่บ้าง แต่ซีรีส์ก็ยังทำออกมาได้ค่อนข้างกลมกล่อมอยู่ตลอดทั้ง 10 ตอนของซีรีส์ เรื่องราวที่มาของเทพธิดาแห่งทะเลสาบได้ถูกหยิบเอามาเล่าได้อย่างคุ้มอรรถรส แน่นอนว่าจะต้องมีซีรีส์ฤดูกาลต่อไปออกมาอีก เพราะหลังจากดูจบแล้ว...ทำให้เราได้รู้ว่า นี่เพียงแค่จุดเริ่มต้นเพียงเท่านั้น

----------------------------------------------------

ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID

เพิ่มเติม

ยอดนิยมในตอนนี้